ครั้งหนึ่งบนโลกทั้งใบ

15 Feb

ชื่อภาพ : ครั้งหนึ่งบนโลกทั้งใบ

แนวคิด : การขับรถวนเวียนโดยไร้เป้าหมาย คล้ายมีอะไรคอยลากจูง

เทคนิค : สีอครีลิกบนกระดาษ

ขนาด : 42 x 60 cm

ครั้งหนึ่ง…ที่ฉันรู้สึกตัว

มีปลาตะเพียนที่บินได้ล่องลอยอยู่เหนือหัว

พร้อมกับเสียงกล่อมไกว

ฉันเคยนอนเอาหน้าซบหน้าอกนุ่มนวล

ความอุ่นจากอีกผิวสัมผัส เคยทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงเลือดเนื้อ

ฉันอาจเคยมีเลือดเนื้อ

มีชีวิต มีจิตใจมาก่อน

ครั้งหนึ่ง สองมือเคยเล็กจิ๋ว

นิ้วก้อยของพ่อเคยใหญ่เท่ากำมือ

ต้องพยายามยกแขนจนเหนื่อยเพื่อเอื้อมไปจับไว้

ในเวลานั้น ฉันรู้สึกเหมือนกุมโลกไว้ทั้งใบ

และเมื่อพ่อโน้มลงมาเอามือที่กรำงานหนัก

มาจับมือเล็กอ่อนนุ่มของฉันบ้าง

เหมือนมีสะพานสายรุ้งนับร้อยสาย

ที่เชื่อมความรักระหว่างเราให้วิ่งแล่นไปมา

ฉันมีเลือดเนื้อ มีจิตใจ มีโลกทั้งใบ มีความรัก

ครั้งหนึ่ง

ตุ๊กตาเคยเป็นคุณหมอ

ตัวต่อ เป็นปราสาทหลังใหญ่

ฉันยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้

ไม่ช้านาน ทุกสิ่งสิ่งกลับกลาย

และลืมเลือน

วันหนึ่ง

ฉันกลายเป็นใครคนหนึ่ง

ฉันยังคงยิ้ม ยังหัวเราะ ยังร้องไห้

แต่ทุกสิ่งกลับกลายฝังแน่น

และ..ย้ำชัด

ทุกสิ่งชัด

แต่สิ่งเดียวที่ค่อยๆเลือนหาย

ก็คือตัวฉันเอง

ฉันมีรถคันเล็กๆที่ค่อยๆใหญ่โตขึ้นทุกวัน

ใหญ่เกินกว่าที่ฉันจะขับ

แต่พยายามขับเคลื่อนมัน

ให้พุ่งไปข้างหน้า

ด้วยรถคันที่ไม่สามรถบังคับนั้น

เพียงให้มันวิ่งไปบนถนนที่มีให้

และในบางทางแยก……..

ฉันยังคงสงสัย

จึงหักพวงมาลัย

เลี้ยวไปตามรถคันข้างหน้า

จนถึงเวลานี้

รถคันนั้นยังคงขับวนเวียนอยู่อย่างนั้น

เส้นทางใหม่ที่ไร้เงา

15 Feb

 

ในทุกวันหากเราได้ก้าวไป สัมผัสกับเรื่องราวใหม่ๆ

ในบางห้วงเวลาเหล่านั้นอาจมีเวลาจูงมือพาใจเดินถอยหลังกลับ

หวนคำนึง ทบทวน ถึงเรื่องต่างๆจากจุดเดิมที่เดินจากมา

อาจมีเวลาได้มองรอบกายในเส้นทางแต่ละก้าวที่เดินผ่าน ด้วยนาฬิกาที่เดินช้าลง

ในบางคราวเรามีอิสระอย่างเต็มที่จากเรื่องราวอันวุ่นวาย

เพียงเพราะได้มองแสงสีส้มสุกของอาทิตย์ยามใกล้ลับขอบฟ้า

เวลานั้นที่เหมือนมันกำลังกระชากเงาของผู้คนให้แยกออกจากกัน

คำที่ว่า

“คนมากมายไม่ได้ทำให้ความเหงาในใจลดลง”

นั้นจริงเสมอ

เหมือนเราถอดเงาแห่งตัวตนทิ้งไว้หน้าประตูเมื่อราตรีกาลห่มความมืด..มาปกคลุมโลก

ปล่อยให้ เงา ต้องนั่งเหงาอ้างว้างหลังประตูนั้น

ตื่นรับแสงสว่างอีกครั้งในแต่ละวันด้วยปีกสวยงามที่มีตามธรรมชาติ

แต่ก็บินชนกระจกใส

เพียงเพราะไม่ทันสังเกตเห็นเงาของตัวเอง

อาจมีบางคราวที่เราได้นั่งพักมอง “เงา” ของผู้คน

สัมผัสถึงพลังซ่อนเร้นในเงาเหล่านั้น

แล้วสงบกับทุกช่วงจังหวะลมหายใจ

พูดคุยกับเงาภายในตัวตน ของเราเอง

ด้วยเพราะ”เงา เดินไปตามทางที่ “แสงสว่าง” ได้สร้างขึ้น

บนถนนที่ทอดยาวไกลนั้น แท้จริง..ไม่มีจุดหมายใดที่ถูกกำหนด

แ ต่ อ ย่ า ง น้ อ ย เ มื่ อ ไ ด้ ส ร้ า ง จุ ด ห ม า ย

เ มื่ อ นั้ น เ ร า จ ะ ก ล า ย เ ป็ น แ ส ง ส ว่ า ง

รอยยิ้ม กับกลิ่นหอมจาง

15 Feb

ชื่อภาพ : รอยยิ้ม

แนวคิด : รอยยิ้มที่ถูกปิดไว้ เพราะอยู่ในความทรงจำอันห่างไกล

เทคนิค : สีอครีลิกบนกระดาษ

ขนาด : 42 x 60 cm

 

รอยยิ้ม

ลมหนาวมาแล้ว

มาปลุกให้ลุกขึ้นมาสูดอากาศสดใสยามเช้าตรู่

ก่อนที่พระอาทิตย์จะได้ทันยิ้มแล้วยักคิ้วทักทาย

เหมือนเพื่อนเก่าแก่

ที่ใช้ไอหนาวหอบความทรงจำสีจาง

มาสะกิดเตือนความอบอุ่นจากอดีตได้เสมอ

กลิ่นจางๆ ที่แทนด้วยคำพูดใดไม่ได้

แต่ท่วมท้นด้วยความรู้สึกเมื่อสัมผัส อ่อนนุ่มละมุน

กลิ่นอ่อนๆ ที่ทำให้สุขได้แรงๆ

วัยเด็กในฤดูเดียวกันนี้

ยังจำได้ถึงสัมผัสจากลมหนาวพัดแรง

ที่บ้านสังกะสีเก่าผุๆ ต้านทานไม่ค่อยไหว

ลมหนาวบีบตัวผ่านรูเล็กมากมาย แทนที่หยดน้ำรั่วในหน้าฝน

ต่างกันตรงไม่ต้องคอยเอาภาชนะมารองน้ำอีกแล้ว

แต่ต้องขดตัวภายใต้ผ้าห่มผืนบางผืนน้อย เอาหน้าที่แตกแห้งเป็นทางซุกแนบกับหมอน

จินตนาการสนุกถึงการหลบภัยแสนระทึก เรากำลังหลบอยู่ในแบล็คโฮล!

นึกถึงความเข้มแข็งของชีวิตน้อยๆที่ไม่ได้เรียนรู้เพียงคำว่าอดทน

ชีวิตวัยเยาว์สดใสเกินคำว่าอดทนแค่นั้น

ก็อดทนมันไม่สนุกนี่นา…..

ในฤดูเดียวกัน ในวันที่กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์มาเยือน

ออกเดินทางแต่เช้าด้วยจักรยานคันเก่ง แล้วจอดไว้

วิ่งถลาไปในท้องทุ่งดอกหญ้า

กางแขนทั้งสองพัดไกว สัมผัสดอกหญ้าที่ไหวเอนตามแรงลมเริงร่า

ร้องเพลงก้องทุ่งกว้างนอนหงายมองท้องฟ้า จินตนาการไปกับรูปร่างของก้อนเมฆ

รอยยิ้มแสนหวานไร้เดียงสายังตราตรึงในความรู้สึก

เห็นได้แม้แต่ประกายวิบวับจากดวงตา

จนถึงวันที่นั่งมองท้องฟ้าค่อยๆเปลี่ยนสีสว่างในเช้านี้

ผ่านฤดูหนาวมากี่ครั้ง

กลิ่นความทรงจำยังคงเดิม

เมื่อวันเวลาผ่านไปนับวัน ลมหนาวดูไม่หนาวเหน็บเช่นเคย

เดี๋ยวสายๆแดดจะเจิดจ้าตามหน้าที่ประจำ ที่ไม่เคยเอื้อนเอ่ยขอหยุดพักร้อน(ถ้าหยุดเราคงไม่ร้อน)

แต่ก็ไม่อาจใจร้ายพอที่จะกลบกลิ่นจางอันเป็นเอกลักษณ์ของลมหนาวไปได้

แค่เพียงหลับตาความทรงจำอ่อนโยน ยังบรรเลงเพลงแสนสดใสในกล่องดนตรีใบเก่า

รอให้เรากลับไปไขลานเท่านั้น

สูดหายใจลึกๆอีกครั้ง

แล้วฟังเสียง  กุ๊งกิ๊ง..กุ๊งกิ๊ง

จากหีบเพลงของความทรงจำ

แล้วฮัม ลัลล้า..ลัลล้า

ดินแดนที่รักจะโบยบิน

15 Feb

ชื่อภาพ : ดินแดนที่รักจะโบยบิน

แนวคิด : เป็นดินแดนในฝัน มีความรัก ความอบอุ่น

เทคนิค : สีอครีลิกบนกระดาษ

ขนาด : 42 x 60 cm

ที่ดินแดนนั้น มีราชานกอยู่องค์หนึ่ง

ปีกทั้งสองของพระองค์ หนา และ หนัก

จนไม่สามารถที่จะกางปีกบิน

ทุกวันคืนผ่านไปสิ้น ล้วนไร้ความหมาย

สงสัยในความเป็นไปแห่งท้องฟ้ากว้าง

เธอ..คือหญิงเปลือยกายผู้เหน็บหนาว

ผู้ไม่เคยได้สัมผัสแม้เศษเสี้ยวของไออุ่น

นอนหมอบราบบนทุ่งหญ้ากว้าง

รอวันที่จะสลายรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกับน้ำค้างเยือกเย็น

ที่ปลายยอดหญ้า

ที่ดินแดนแห่งนั้น..

วันที่ราชานกพบหญิงสาวเปลือยกาย

เขาเอาสองปีกหนานุ่ม อบอุ่น โอบกอดเธอไว้

เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวทำความรู้จักกับความอบอุ่น

เป็นครั้งแรกของราชานกเช่นกัน

ที่พบคุณค่า และความหมาย ของสองปีกหนาหนัก

ที่ดินแดนใดก็ตาม

..เมื่อมี “รัก”

รักนั้นจะจูงมือไปสู่แสงสว่าง

รักจะเปิดเผยความดีงาม

รักจะเป็นดั่งสองปีกประคอง

ให้โบยบินไปบนฟ้ากว้างอย่างอิสระ

ท่ามกลางท้องฟ้าที่นุ่มนวล แสนอ่อนหวาน

ปราศจากพันธนาการใดๆ

เชื่อมโยง

15 Feb

ชื่อภาพ : เชื่อมโยง

แนวคิด : ให้ดูสว่าง เบา ล่องลอย และเชื่อมโยง

เทคนิค : สีอครีลิกบนกระดาษ

ขนาด : 42 x 60 cm

..หนูน้อย..

เรากำลังโลดแล่นไปบนโลกสีลูกกวาด

สนุกสนาน แต่ยังมีมุมสงบ

เราจะคว้าดาวเป็นหมื่นเป็นพันล้าน

เอามากองไว้ให้เต็มห้องนอน จนล้นออกไปนอกหน้าต่าง

ให้มันร่วงสู่ผืนดินในสาว จนเติบโต ออกดอกผลให้เราได้เก็บเกี่ยว

แต่ถึงกระนั้น..เราก็ยังสนุก กับการพุ่งทะยานไปบนฟ้า

คว้าดาวดวงใหม่ๆต่อไป

ในวันใดที่ฟ้าหม่นลมแรง และเราอาจนั่งกอดเข่า

เราจะไม่บ่นว่า โวยวาย หรือกลบเกลื่อนให้เหมือนว่า

พายุ..ไม่มีจริง

แต่เราจะรอให้เมฆดำลอยข้ามผ่านพ้น

เดี๋ยวพายุ ก็จะสงบแล้ว

หนูรู้มั้ยว่านับวันเราจะค่อยๆแปลกใจ

ที่ไม่ค่อยได้นั่งกอดเข่าเฝ้ามองเมฆฝนตั้งเค้าอีกแล้ว

เรามักเพลิดเพลินกับดวงดาว

จนลืมฟ้าหม่นที่คอยทำเสียงขู่ใส่

..หนูน้อย..

เราจะสร้างสะพานสายรุ้ง

เพื่อข้ามไปเก็บดาวมาด้วยกันนะ

หน้ากาก

15 Feb

ชื่อภาพ : หน้ากาก

แนวคิด : ความเป็นตัวเองที่ทะเล้นซึ่งซ่อนอยู่ในใบหน้าแต่ละแบบ

เทคนิค : สีอครีลิกบนกระดาษ

ขนาด : 42 x 60 cm

ค่ำคืนนี้ ฉันจะแปลงร่าง

ใส่หน้ากากของตัวตนที่จริงแท้

จะร้องเพลงที่ฉันอยากร้อง

จะถอดผ้าผ่อนไร้อาภรณ์ใด

จะเป็นคนที่ฉันอยากเป็นที่สุด

และทำในสิ่งที่ฉันอยากทำมากที่สุด

ด้วยมนต์แห่งดวงจันทร์

ขอเถิดโอกาศ ให้กับฉัน

โอกาศที่จะพาตัวตนที่แท้จริงนั้น

ออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง

หากเป็นเช่นนั้นแล้ว

โลกยามฝัน

และโลกยามตื่น

จะกลายเป็นโลกใบเดียวกัน

นางฟ้าตัวน้อย

15 Feb

ชื่อภาพ : นางฟ้าตัวน้อย

แนวคิด : ความหวานที่น่ารักแบบเด็กหญิงที่อยู่ในโลกจินตนาการ

เทคนิค : สีอครีลิกบนกระดาษ

ขนาด : 42 x 60 cm

ครั้งหนึ่ง มีนางฟ้ากระซิบบอกหนูน้อยว่า

“โตขึ้นหนูจะได้เป็นนางฟ้า”

นางฟ้ากระซิบบอกเด็กหญิงทุกคน

มีใครจำได้บ้างมั้ยคะ

โตขึ้นหากเราสูงขึ้น และ เราเลิกขี้แย

หากเราทำอาหารที่แสนเหนื่อยแต่ยังยิ้มได้อย่างคุณแม่

หากเราได้มีรองเท้าส้นสูง และ มีลิปสติกเป็นของตัวเอง

เราคงได้เป็นนางฟ้ากันจริงๆ

แต่เมื่อโตขึ้น เรามักชอบทำหน้าบูด

และร้องของอแงยิ่งกว่าตอนเด็ก

บางทีอาจคิดไปว่าได้กลายเป็นนางฟ้า

เป็นศูนย์กลาง

ที่ต้องมีคนมาสนใจจริงๆ

ตอนเราต่างเป็นเด็กหญิง

ตัวเล็กๆ และไม่ค่อยรู้อะไรมากนัก

นางฟ้าพยายามบอกเราว่า

หนูเองก็เป็นนางฟ้า

หนูเป็นโดยธรรมชาติ และ ไม่ต้องพยายามเลย

ถ้าวันนั้นเราหวนไปเป็นเด็ก

เด็กหญิงตัวเล็กๆน่ารักคนเก่า

นั่งฮัมเพลงทั้งวัน

สร้างนิทานยิ่งใหญ่ของเราจากตุ๊กตา

กลับไปเอาปีกนางฟ้าของเรากันดีกว่า

เมื่อเรามีปีก และบินได้

เราจะเลิกงอแงกันตลอดไปไงล่ะ

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.